Ceremony is not the process, it’s the event.
Mar. 6, 2017

เช้าตรู่วันหนึ่ง ห้อง Signature Lounge ถูกใช้ในการจัดพิธีสงฆ์ เสียงพระสวดที่ดังก้อง คลอด้วยเสียงสวดมนต์จากคู่บ่าวสาวและแขกในงาน ก่อเกิดเป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจจากทุกคนในบริเวณนั้น เราไม่แน่ใจว่าบ่าวสาวจะเข้าใจความหมายของชุดคำบาลีทั้งหมดนั้นไหม แต่เรารู้สึกว่าทำนองทุ้มต่ำของเสียงสวดเหล่านั้นคงคลอคล้อยให้บ่าวสาวรู้สึกได้ถึงความเป็นสิริมงคลที่จะนำพาให้ชีวิตคู่ราบรื่นและสุขสมหวัง

เฉกเช่นความรู้สึกตื่นเต้น ยามที่เราแกะห่อของขวัญในวันเกิด หรือความรู้สึกเป็นสุข เวลาเรานับถอยหลังปีใหม่กับเพื่อนและคนรัก บางทีสิ่งที่ทำให้ “ช่วงเวลา” เหล่านั้นมีความหมายอาจไม่ใช่ตัวเวลาเหล่านั้น หากแต่เป็น “พิธีการ” ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อสร้าง “ความหมาย” ให้กับช่วงเวลาเหล่านั้นต่างหาก

เหมือนกับในมุมหนึ่งของพิธีการแต่งงาน ที่หลายๆคนอาจจะมองว่าซับซ้อน แต่ในความซับซ้อนนั้นกลับสอดแทรกไปด้วยธรรมเนียมปฏิบัติกันที่ล้วนเต็มไปด้วย “ความหมาย” ซึ่งความหมายเหล่านั้นก็ทำให้ “ที่ว่าง” ต่างๆในวาระเวลา พลันมีชีวิตชีวาขึ้นมา

หน้าม่านผืนใหญ่ใน VARAVELA Chamber วันนี้นั้นรายล้อมไปด้วย “คนสำคัญ” ที่สุดในชีวิตของคนสองคน เมื่อแสงแดดเริ่มทอประกายส่องผ่านประตูซุ้มโค้งเข้ามายัง VARAVELA Chamber แขกผู้ใหญ่และคุณพ่อ คุณแม่ของบ่าวสาวต่างนั่งพร้อมเพรียงสำหรับการทำพิธีสู่ขอในครั้งนี้

เคยมีคำกล่าวที่ว่า “ความรักเป็นเรื่องของเราแต่การแต่งงานเป็นเรื่องของครอบครัวของเรา” ถ้าอย่างนั้นพิธีการสู่ขอนั้นคงจะเป็นพิธีการที่แทนประโยคนั้นได้ดีที่สุด การสู่ขอที่ถูกต้องตามประเพณีนั้นให้ความรู้สึกว่าชีวิตคู่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ความปลื้มปริ่มของผู้เป็นพ่อและแม่นั้นยิ่งใหญ่พอที่จะให้ทำคู่บ่าวสาวรู้สึกยินดีและซาบซึ้งไม่แพ้กัน ภาพเจ้าสาวที่ก้มลงกราบตักของเจ้าบ่าวครั้งใดนั้นทำให้ The Chamber ของเราหวานขึ้นเสมอๆ

แดดยามเช้าเริ่มฉายแรงขึ้นเคล้ากลิ่นจางๆของไอแดดที่อบอุ่นอบอวลไปทั่วห้อง The Overture พิธีรดน้ำสังข์ได้ดำเนินขึ้นแล้วอย่างเรียบง่าย การกล่าวคำอวยพรจากแขกผู้ใหญ่คนแล้วคนเล่าถูกถ่ายทอดสู่บ่าวสาวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสายน้ำที่ไหลผ่านจากหอยสังข์สู่มือของคู่บ่าวสาวเปรียบเสมือนน้ำทิพย์แห่งความมงคล

คงจะมีอะไรบางอย่างในน้ำธรรมดาที่ถูกบรรจุใส่สังข์สีขาวนวลนั้น เพราะทุกครั้งที่มันหลั่งรินมันมักจะไหลมาพร้อมกับน้ำตาจากตาคู่นั้นของคนทั้งสอง…บางทีน้ำตาก็เป็นเรื่องที่เราเข้าใจยากที่สุด เราร้องไห้เมื่อดีใจในการได้สิ่งใดมา เราร้องไห้เมื่อเราเสียใจการเสียสิ่งใดไป หรือบางทีวันนี้ใครทั้งคู่อาจทั้งดีใจกับเสียใจในเวลาเดียวกันกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆในชีวิตใหม่และต้องบอกลาอะไรบางอย่างในชีวิตเก่าก็เป็นได้

สนามหญ้า Duet Patio ในช่วงสาย กลายเป็นเหมือนสวนขนาดย่อมที่เพื่อนบ่าวสาวต่างพากันยืนเรียงรายเพื่อรอการเปิดตัวของบ่าวสาว กลีบดอกไม้หลากสีถูกโปรยระหว่างทาง ประตูไม้ค่อยๆเปิดเพื่อต้อนรับบ่าวสาวเข้าสู่ VARAVELA Chamber อย่างช้าๆ ภาพที่บ่าวสาวได้เห็น คือเพื่อนรักที่ต่างพากันยืนรายล้อมเพื่อยินดีกับความรักอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

บางทีเราก็เผลอคิดไปไม่ได้ว่าการยืนเรียงรายคู่สมมาตรกันนั้นคล้ายกับจังหวะเสาของ Duet Patio ที่ยืนหยัดหนักแน่นในการเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้

หากการประสานมือระหว่างคนสองคนแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อกัน การจับมือเพื่อร่วมกันตัดเค้กถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ทำให้ VARAVELA ของเราดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทุกๆครั้ง ความรักความเข้าใจที่ส่งผ่านกันและกัน เพื่อร่วมนำเค้กไปมอบให้ผู้ใหญ่และแขกในงาน ยังคงสร้างความประทับใจและซาบซึ้งต่อทุกคนเสมอ

และช่วงเวลาที่น่าจดจำของบรรดาเพื่อนเจ้าสาวคงหนีไม่พ้นการโยนช่อดอกไม้จากเจ้าสาว White Venus เมื่อประตูไม้บานใหญ่เปิดออกอีกคราด้วยความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้เจ้าสาวมาสร้างช่วงเวลาดีๆ ความร่าเริงของเพื่อนเจ้าสาวทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รวมไปถึงตัวเจ้าสาวเองที่ร่วมลุ้นเพื่อรอยินดีกับว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป เจ้าสาวของเราคงจะมีความสุขมิใช่น้อย ที่ได้ส่งต่อความโชคดีให้กับเพื่อนที่น่ารักของตน

แสงแดดเริ่มอ่อนลงตามกาลเวลา เปลี่ยนผันช่วงเวลาไปสู่ยามค่ำคืน แสงจันทร์ค่อยๆส่องกระทบกับไฟกลมบริเวณ Duet Patio หากแต่ในคืนนี้ พิธีการจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ในบางครา ความซับซ้อนของพิธีการต่างๆอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่คุ้นชิน แต่สำหรับตัวบ่าวสาวเอง ภาพความสุขและความสนุกสนานจะยังคงติดตราตรึงใจไม่จางหายไป และเราเชื่อเสมอว่า ทุกอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในทุกขณะนั้น จะเป็นสิ่งย้ำเตือนพวกเขาว่าจากวันนี้ไปพวกเขาจะไม่ได้อยู่อย่างโดดเดียวอีกต่อไป…